5 ตุลาคม 2558

วิกฤติซีเรีย : รัสเซียมาแล้ว (ตอนที่ 2)

'

ประเด็นสำคัญต่อมาที่จำเป็นต้องกล่าวถึงก็คือ ทำไมหรือด้วยเหตุผลเป้าหมายใดที่ทำให้ประธานาธิบดีปูตินจึงตัดสินใจยกกองทัพไปช่วยเหลือรัฐบาลซีเรียในครั้งนี้ จนเกิดกระแสช๊อคไปทั่วโลกและหวั่นวิตกว่าจะนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3(?)
ในเป้าหมายหลายๆประการที่ผ่านการชั่งน้ำหนักคิดคำนวณของผู้นำรัสเซียแล้ว ดูเหมือนว่า วิกฤติซีเรียในครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้รัสเซียสามารถ “ยิงปืนนัดเดียวได้นกเป็นฝูง”  โดยไม่ได้เรียงลำดับน้ำหนักความสำคัญของแต่ละเป้าหมาย ดังนี้


เมื่อวิกฤติซีเรียเปิดโอกาสให้รัสเซียปิดประตูยูเครน

3 ตุลาคม 2558

วิกฤติซีเรีย : รัสเซียมาแล้ว (ตอนที่ 1)

"


จากจุดเล็กๆที่มีการประท้วงทางการเมืองอันเป็นผลพวงมาจากอิทธิพลของ “อาหรับสปริง” ในตอนต้นปี 2011 ก่อนจะลุกลามขยายวงกลายเป็นสงครามการเมืองที่รุนแรงจนคร่าชีวิตผู้คนกว่าสองแสน และอีกหลายล้านคนที่บ้านแตกต้องหนีภัยสงคราม จนกลายเป็นปัญหาผู้ลี้ภัยที่เลวร้ายที่สุดสำหรับยุโรปในปัจจุบัน

จากจุดเริ่มต้นของการประท้วงในเดือนมีนาคม 2011


การประท้วงที่พัฒนาการเป็นสงครามการเมือง

แต่จู่ๆ โลกก็ต้องตะลึง เมื่อรัฐบาลรัสเซียตัดสินใจส่งกองทัพทหารเข้าร่วมช่วยเหลือรัฐบาลของบาชาร์ อัล อัสเซดแห่งซีเรียด้วยการเริ่มต้นเปิดฉากถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มการร้ายไอเอส (IS) และกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ ในวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา
คำถามสำคัญแรกก็คือ รัสเซียก้าวไปสู่จุดวันนี้ได้อย่างไร และทำไมต้องก้าวเข้ามาเกี่ยวข้องในวิกฤติซีเรียครั้งนี้ด้วย

1 ตุลาคม 2558

วิกฤติซีเรีย - จุดเริ่มต้นเล็กๆ

.
ภาพของหนุ่มเบญเพศชาวตูนิเซียที่ตัดสินใจเผาตัวเอง เมื่อปลายปี 2010 เพราะถูกกดดันกดขี่เอาเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหนี้รัฐฯ จนเหลืออด กลายเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "อาหรับสปริง" เกิดภาวะแผ่นดินไหวทางการเมืองที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงฐานอำนาจจากตูนิเซีย แผ่ขยายไปสู่อีกหลายๆประเทศในตะวันออกกลาง
 
.



เพราะตั้งอยู่ในจุดบ้านใกล้เรือนเคียง ซีเรียจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับสะเก็ดของ "อาหรับสปริง" อย่างหลีกไม่พ้น แม้ว่าอำนาจการเมืองการปกครองจะฝังรากลึกอยู่ในมือของคนตระกูลอัสเซดมานาน ตั้งแต่ปี 1971 สืบทอดอำนาจจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกมากกว่า 4 ทศวรรษ
'

28 กันยายน 2558

มาดามแป้ง VS น้องตั๊น




เห็นใจและพยายามเข้าใจผู้หญิงสองคนนี้ ที่ดังขึ้นหน้าหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นผู้หญิงชื่อดังที่คนในสังคมรู้จักในวงกว้าง คนหนึ่งมีผลงานด้านกีฬาถึงขั้นพาฟุตบอลหญิงผ่านทะลุไปแข่งในรายการฟุตบอลโลกได้เป็นประวัติศาสตร์ อีกคนหนึ่งมีผลงานและบทบาทด้านการเมืองระดับหนึ่งจนถึงขั้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
.
  


วันนี้ ผู้หญิงสองคนนี้ "ถอดใจ" ชั่วคราว เพราะความผิดหวัง เพราะแรงกดดัน หรือจะเป็นเพราะสาเหตุใดๆ ก็ตาม โดยไม่มีเสียงสนับสนุนหรือได้รับแรงใจจากองค์กรสตรีใดๆ เลย
.
แต่เชื่อว่า สักวันหนึ่ง ผู้หญิงสองคนนี้ จะได้รับการต้อนรับจากสังคมอีกครั้งหนึ่ง ด้วยเครดิตด้วยผลงานเพรียวๆ อย่างชนิดไม่อายผู้ชายอกสามศอกหนึ่งหุนคนไหนเลย
.
.

23 กันยายน 2558

ความเชื่อของผู้นำ

.


ความเชื่อเป็นวัฒนธรรมทางความคิดที่มนุษย์สร้างขึ้น(ที่ทำให้มนุษย์กลายเป็นสัตว์ประเสริญที่แตกต่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทอื่นๆ) เพื่อตอบสนองความต้องการ(ทางจิตใจบางอย่าง) เช่นเพื่อความสุขใจความสบายใจ เพื่อให้ลาภยศ หรือเพื่อความเชื่อมั่นในการทำกิจบางอย่าง
.
ความเชื่อกับโหราศาสตร์ถือเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน นับตั้งแต่การถือฤกษ์สร้างบ้านแปลงเมือง การถือฤกษ์ยามออกศึกทำสงคราม การถือฤกษ์แต่งงานออกบวช เป็นต้นตัวอย่างที่อยู่คู่กับคนไทยมานานจนถึงปัจจุบันนี้
.
ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นเรื่องปกติจนถึงขั้นเป็นสิ่งที่ต้องกระทำสำหรับผู้นำและรัฐมนตรีที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง โดยเฉพาะการถือฤกษ์ยามเวลาของการเริ่มต้นรับตำแหน่งและเข้ากระทรวง และการไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้สามารถบริหารงานได้อย่างราบรื่นตลอดรอดฝั่ง
.
แต่ ที่แตกต่างและดูเหมือนว่าสังคมไทยไม่ได้คาดหวังก็คือการเห็นรัฐมนตรีกระทรวง เทคโนโลยี่และวิทยาศาสตร์ยึดถือปฏิบัติตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ ด้วยเหตุผลว่า เพราะเป็นเจ้ากระทรวงที่รับผิดชอบในเรื่องก้าวหน้าล้ำสมัยที่สุด  จึงไม่เหมาะสมและไม่ควรสนใจในเรื่องความเชื่อโหราศาสตร์ จนตกเป็นกระแสถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด





11 กันยายน 2558

วิกฤติ 9/11 : ปฏิกริยาของผู้นำ (ตอนที่ 2)

'


.
สำหรับสหรัฐฯแล้ว เหตุการณ์ "9/11" ถือว่าร้ายแรงที่สุดในรอบ 70 ปีนับตั้งแต่เหตุการณ์ที่กองทัพญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ในปี 1941
.
ณ ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์วินาศกรรม โดยกลุ่มก่อการร้ายได้ปฏิบัติการจี้เครื่องบินแล้วบังคับบินพุ่งชนตึกเวิลด์ เทรดเซ็นเตอร์ ที่อยู่ใจกลางนครนิวยอร์ก จนทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 ราย กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ช๊อคโลกและช๊อคผู้นำสหรัฐฯอย่างไม่คาดคิดว่าจะเกิด ขึ้น
.
เช้าของวันที่ 9 กันยายน 2001 ประธานาธิบดีจอร์จ บุชมีกำหนดการที่จะไปพบปะและพูดคุยเกี่ยวกับนโยบายการศึกษาให้เด็กๆระดับ ประถมที่โรงเรียน Emma E. Booker Elementary School
.
เมื่อเดินทางไปถึงโรงเรียนก่อนกำหนดการเวลา 9.00 น. ผู้นำสหรัฐฯก็ได้รับแจ้งว่า เครื่องบินลำหนึ่งพุ่งชนตึกเวิร์ลเทรด เซ็นเตอร์ โดยไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัด ณ วินาทีนั้น ผู้นำสหรัฐฯไม่ได้คิดว่านี่คือการก่อการร้าย อาจจะเป็นเพียงอุบัติเหตุก็เป็นได้ จึงไม่ได้มีปฏิกิริยาที่ตกใจหรือหวั่นวิตก แตกตื่นจนถึงขั้นรีบเดินทางกลับทำเนียบขาวทันที
.
แต่หลังจากเข้าห้องเรียนได้พบปะกับเด็กๆเพียงแค่ไม่ถึง 5 นาที หัวหน้าฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่ติดตามประธานาธิบดีก็รีบแจ้งให้ผู้นำทราบถึง เหตุการณ์เครื่องบินลำที่ 2 บินชนตึกเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์
.

แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ปฏิกิริยาของประธานาธิบดีบุช เพราะทันทีที่ได้รับแจ้งถึงข่าวร้ายแรงโดยวิธีการกระซิบ พร้อมตกย้ำว่า "America is under attack" สีหน้าของผู้นำสหรัฐฯกลับดูแปลกชอบกลมากๆ เป็นสีหน้าที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึกใดๆ ราวกับว่าสิ่งที่ได้รับแจ้งนั้นไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรงอย่างสุดๆ ไม่ได้คิดว่าสหรัฐฯกำลังถูกโจมตี
.

การที่เครื่องบินถึงสองลำบินชนตึกสูงใจกลางมหานครนิวยอร์คในเวลาห่างกัน เพียงแค่ 17 นาที ไม่สามารถตีความว่าเป็นอุบัติเหตุได้อีกต่อไป แต่ทั้งๆที่สถานการณ์ถึงขั้นวิกฤติรุนแรงเช่นนี้ ประธานาธิบดีก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ ณ ห้องเรียนต่อไป โดยเฉพาะการอ่านหนังสือให้เด็กๆฟัง โดยให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการให้เด็กๆแตกตื่นขวัญเสียกับข่าวร้าย
.
เรียกว่านิ่งมากๆ ในสถานการณ์วิกฤติเยี่ยงนี้
.
หลังจากอีกประมาณ 10 นาที ประธานาธิบดีก็ได้ขอตัวกับเด็กๆอย่างสุภาพเพื่อออกไปปฏิบัติภารกิจสำคัญ ยิ่งยวดในฐานะผู้นำของประเทศ ด้วยการใช้เครื่องมือสื่อสารสั่งการต่างๆ เตรียมรับกับเหตุการณ์ร้ายของประเทศ พร้อมทั้งแถลงการณ์เป็นครั้งแรกโดยมีทั้งเด็กๆนักเรียนและคุณครูร่วมรับฟัง ด้วย
.
รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ประธานาธิบีดใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียนหนึ่งชั่วโมงเต็ม หรือประมาณ 55 นาทีหลังเหตุการณ์เครื่องบินลำที่ 2 ก่อเหตุบินชนตึก จึงได้เดินทางด้วย Air Force One โดยยังไม่มีกำหนดเส้นทางจุดปลายทางที่แน่นอนในทันที เพื่อความปลอดภัย
.
ในขณะเดียวกัน ในช่วงเวลารองประธานาธิบดีดิ๊ก เชนนีย์ซึ่งทำหน้าที่อยู่ที่ทำเนียบขาว กลับมีสีหน้าปริวิตก จริงจังและโกรธแค้นผสมรวมกัน เป็นสิ่งหน้าที่สะท้อนเหตุการณ์ยิ่งกว่าสีหน้าของประธานธิบดีเสียอีก
.
หรือว่า นี่คือคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญของผู้นำ ที่จะต้องนิ่งไม่แตกตื่นแม้ในยามวิกฤติร้ายแรงมากๆ
.
.

11 สิงหาคม 2558

ทูตอเมริกันคนใหม่ (ตอนที่ 2)

.

กรณีต่อมาก็คือกรณีของอียิปต์ซึ่งมีความน่าสนใจมากเป็นพิเศษ ในแง่เปรียบเทียบกับกรณีของประเทศไทย(บทวิเคราะห์เฉพาะในเรื่องนี้จะนำเสนอในโอกาสต่อไป) เพราะทั้งอียิปต์และไทยต่างก็มีเหตุการณ์การรัฐประหารเหมือนกัน มีผู้ชุมนุมหลักล้านเป็นประวัติศาสตร์ ทูตอเมริกันทั้งในกรุงไคโรและในกรุงเทพต่างก็เป็นผู้หญิง ทั้งคู่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องท่าทีที่แทรกแซงกิจการภายใน(มากเกินไป) และวางตัวไม่เป็นกลางให้เหมาะสมกับตำแหน่งเอกอัครราชทูต



อย่างไรก็ตาม มีประเด็นข้อแตกต่างหลายๆประการ ที่ควรจะได้พินิจพิจารณาเปรียบเทียบ  ดังนี้
หนึ่ง คือความแตกต่างในช่วงระยะเวลาหรือวาระที่อยู่ในตำแหน่ง โดยปกติแล้ว ทูตสหรัฐฯจะอยู่ในตำแหน่งประมาณสามปีและสามารถอยู่ต่อได้อีกหนึ่งปีตามความจำเป็นหรือเหมาะสม   ในข้อเท็จจริง ปรากฏว่า  ทูตสหรัฐฯประจำกรุงไคโรอยู่ในตำแหน่งสองปีหย่อนๆ (26 เดือน) เมื่อเทียบกับทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพ ซึ่งอยู่ในวาระนานถึง 47 เดือนหรือเกือบ 4 ปีเต็ม  จนกลายเป็นทูตสหรัฐฯ(ประจำประเทศไทย)ที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดในรอบ 20 ปี  

ทั้งนี้  หากพิจารณาในรายละเอียดเพิ่มเติมจะเห็นได้ว่า ทูตสหรัฐฯประจำกรุงไคโรพ้นจากตำแหน่งในเดือนสิงหาคม 2556 นั่นคือหนึ่งเดือนหลังจากอดีตประธานาธิบดีโมฮัมหมัด โมร์ซีซึ่งเป็นผู้นำคนแรกที่มาจากการเลือกตั้งในประวัติศาสตร์ของอียิปต์ถูกรัฐประหารโค่นล้ม โดยอ้างเหตุผลว่าต้องไปรับตำแหน่งใหม่ที่สูงขึ้น (แต่ในอีกด้านหนึ่ง  อาจตีความได้ว่าคือการประท้วงไม่ยอมรับรัฐประหาร?)
ในขณะที่ทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพกลับยังอยู่ในตำแหน่งต่อเนื่องไปอีกห้าเดือนกว่าหลังจากที่เกิดเหตุรัฐ ประหารในเดือนพฤษภาคมจนหมดวาระอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน  ทั้งๆที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯสามารถเลือกแนวทางเดียวกับทูตสหรัฐฯประจำอียิปต์ โดยให้ทูตคริสตี้ เคนนีย์พ้นจากตำแหน่งแล้วไปรับตำแหน่งใหม่เร็วกว่านั้นก็อยู่ในวิสัยที่ทำได้ 
  

7 สิงหาคม 2558

ทูตอเมริกันคนใหม่ (ตอนที่ 1)


.


ภายหลังจากที่นางคริสตี้ เคนนี่ย์อดีตเอกอัคราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยพ้นจากตำแหน่งไปตอนช่วงเทศกาลลอยกระทงของเดือนพฤศจิกายนปี 2557  โดยยังไม่ปรากฏเค้าลางว่ารัฐบาลสหรัฐฯจะแต่งตั้งใครเข้ามารับตำแหน่งแทนที่  ก็เกิดให้เกิดกระแสความคิดเห็นต่างๆนานา 


การดีเลย์ออกไปเดือนแล้วเดือนเล่าจึงถูกตีความและพยายามที่จะเชื่อมโยงให้เกี่ยวข้องกับรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยตรง          จนกระทั่ง เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากตกอยู่ในภาวะคลุมเครือมาตลอด 5-6 เดือน ในที่สุด  ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า จึงได้ประกาศชื่อ  Glyn Townsend Davies” ให้เป็น(ว่าที่)เอกอัครราชทูตสหรัฐฯคนใหม่ 
มีเหตุการณ์หลายๆกรณีที่น่าสนใจและเหมาะสมนำมาเปรียบเทียบกับกรณีของประเทศไทย เพื่อพิจารณาว่า ความล่าช้าในการแต่งตั้งทูตอเมริกันคนใหม่นั้น สามารถตีความให้เป็นเรื่องน่าวิตกหรือผิดปกติได้มากน้อยแค่ไหน
กรณีแรกคือกรณีของโรมาเนีย  ถึงแม้ในอดีต จะเคยเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ในม่านเหล็กของอดีตสหภาพโซเวียต แต่ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โรมาเนียเลือกใกล้ชิดตะวันตกมากยิ่งกว่ารัสเซียจนแทบจะกลาย เป็นเนื้อเดียว นับตั้งแต่เข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กรทางทหารอย่างนาโต้ในปี 2547 และอีกสามปีต่อมาก็เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป(อียู)

มอเตอร์ หรือ สติกเกอร์

เมื่อตอนที่ Real Madrid ทีมดังในสเปนตัดสินใจขาย Claude Makelele ให้กับทีม Chelsea แล้วซื้อ David Beckham มาแทนที่ในช่วงกลางปี 2003 ปรา...