7 สิงหาคม 2558

ทูตอเมริกันคนใหม่ (ตอนที่ 1)


.


ภายหลังจากที่นางคริสตี้ เคนนี่ย์อดีตเอกอัคราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยพ้นจากตำแหน่งไปตอนช่วงเทศกาลลอยกระทงของเดือนพฤศจิกายนปี 2557  โดยยังไม่ปรากฏเค้าลางว่ารัฐบาลสหรัฐฯจะแต่งตั้งใครเข้ามารับตำแหน่งแทนที่  ก็เกิดให้เกิดกระแสความคิดเห็นต่างๆนานา 


การดีเลย์ออกไปเดือนแล้วเดือนเล่าจึงถูกตีความและพยายามที่จะเชื่อมโยงให้เกี่ยวข้องกับรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยตรง          จนกระทั่ง เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากตกอยู่ในภาวะคลุมเครือมาตลอด 5-6 เดือน ในที่สุด  ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า จึงได้ประกาศชื่อ  Glyn Townsend Davies” ให้เป็น(ว่าที่)เอกอัครราชทูตสหรัฐฯคนใหม่ 
มีเหตุการณ์หลายๆกรณีที่น่าสนใจและเหมาะสมนำมาเปรียบเทียบกับกรณีของประเทศไทย เพื่อพิจารณาว่า ความล่าช้าในการแต่งตั้งทูตอเมริกันคนใหม่นั้น สามารถตีความให้เป็นเรื่องน่าวิตกหรือผิดปกติได้มากน้อยแค่ไหน
กรณีแรกคือกรณีของโรมาเนีย  ถึงแม้ในอดีต จะเคยเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ในม่านเหล็กของอดีตสหภาพโซเวียต แต่ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โรมาเนียเลือกใกล้ชิดตะวันตกมากยิ่งกว่ารัสเซียจนแทบจะกลาย เป็นเนื้อเดียว นับตั้งแต่เข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กรทางทหารอย่างนาโต้ในปี 2547 และอีกสามปีต่อมาก็เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป(อียู)

 
ประการสำคัญ อดีตทูตอเมริกันคนล่าสุดที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งเมื่อปลายปี 2555 เคยกล่าวไว้ว่าโรมาเนียคือประเทศที่มีนโยบาย “โปรอเมริกัน” หรือสนับสนุนสหรัฐฯมากที่สุดในยุโรป  ในขณะเดียวกัน การมีพรมแดนส่วนหนึ่งติดกับยูเครนยิ่งทำให้โรมาเนียมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ทหารมากยิ่งขึ้นสำหรับสหรัฐฯและนาโต้ในการต่อต้านอิทธิพลและกำลังทหารของรัสเซียต่อปัญหายูเครน




อย่างไรก็ตาม   ถึงแม้ว่าจะมีความสำคัญต่อสหรัฐฯเป็นอย่างมากโดยเฉพาะนับตั้งแต่เกิดปัญหาในยูเครน แต่โรมาเนียกลับว่างเว้นไม่มีทูตสหรัฐฯมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2555 และต้องรอยาวนานถึง 27 เดือนกว่าที่ประธานาธิบดีโอบาม่าจะประกาศชื่อว่าที่ทูตคนใหม่เมื่อเดือนมีนาคมของปีนี้ ซึ่งเพิ่งได้รับการอนุมัติผ่านความเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากวุฒิสภา (พร้อมๆกับเอกอัคราชทูตสหรัฐฯคนใหม่ประจำประเทศไทย) ให้ดำรงตำแหน่งทูตอเมริกันคนใหม่ในโอกาสครบรอบ 135 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ
เท่ากับว่าในทางปฏิบัติแล้ว สหรัฐฯไม่มีทูตประจำโรมาเนียรวมเบ็ดเสร็จเป็นระยะเวลานานถึง 31 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่นานมากๆสำหรับประเทศที่มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ทางทหารของสหรัฐฯเช่นนี้

        กรณีของสาธารณรัฐไอร์แลนด์มีความหมายอีกด้านที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง  ถึงแม้จะเป็นประเทศเล็กๆ ในยุโรปที่อยู่ทางตะวันตกของเกาะอังกฤษ แต่ในทางประวัติศาสตร์แล้ว กล่าวได้ว่า ความเป็นไอริชมีความผูกพันกับสหรัฐฯมากกว่าเชื้อสายใดๆ  ในช่วงเทศกาลฉลองวันเซนต์แพทริกซึ่งจัดขึ้นในกลางเดือนมีนาคมทุกๆปี ถือเป็นเทศกาลที่เก่าแก่ที่สุดและมีมนต์เสน่ห์มากที่สุดในสหรัฐฯ ตามหัวเมืองใหญ่ๆทั่วทั้งประเทศรวมทั้งทำเนียบขาวจะตกแต่งและอบอวลไปด้วยสีเขียวซึ่งเป็นสีประจำชาติของไอร์แลนด์   จนพูดกันว่า สีเขียวมีอิทธิพลเหนือยิ่งกว่าสีน้ำเงิน (พรรคเดโมแครต) หรือสีแดง (พรรคริพับริกัน) เสียอีก  จึงไม่เป็นที่สงสัยว่า ทำไมคนเชื้อสายไอริชจึงมีอิทธิพลในสังคมอเมริกันเกือบจะทุกวงการ  โดยเฉพาะในทำเนียบขาวและในวุฒิสภาซึ่งมีอำนาจในการอนุมัติตำแหน่งเอกอัครราชทูตของประเทศ


ในวันที่ชาวอเมริกันมีความสุขรื่นเริงกับสีเขียว

ในวันที่แม่น้ำชิคาโกกลายเป็นสีเขียว

ในวันที่ทำเนียบขาวเป็นสีเขียว

 หากสืบรากเหง้าเหล่ากอย้อนหลังแล้ว พบว่า ประธานาธิบดีของสหรัฐฯอย่างน้อย 22 คนล้วนแต่มีเชื้อสายไอริชไม่มากก็น้อย   นับตั้งแต่จอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของประเทศ รวมถึงผู้นำคนดังๆ อย่างจอห์น เอฟ เคนเนดี้,  ริชาร์ด นิกสัน, จิมมี่ คาร์เตอร์, โรนัลด์ เรแกน และ บิล คลินตัน (รวมทั้งฮิลลารี่ คลินตันที่มีโอกาสจะเป็นผู้นำประเทศคนต่อไป)  แม้กระทั่งผู้นำคนปัจจุบันอย่างบารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกประวัติศาสตร์และโจ ไบเดน รองประธานาธิบดีก็มีเชื้อไอริชอยู่ในสายเลือดด้วย




          เพราะฉะนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและไอร์แลนด์จึงมีความพิเศษมากๆ เป็นความสัมพันธ์ที่ผูกพันเหนียวแน่นกันมานานเสมือนเป็น “สองประเทศ-หนึ่งครอบครัว”  ประธานาธีบดีสหรัฐฯเกือบทุกคนนับตั้งยุคจอห์น เอฟ เคนเนดี้ จะถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่จะต้องไปเยือนไอร์แลนด์ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านเกิดของบรรพบุรุษ  ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำไอร์แลนด์มีความพิเศษที่แตกต่างจากทูตสหรัฐฯประจำอังกฤษ ญี่ปุ่น จีน รัสเซียและอิสราเอล   การที่อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตันสนใจรับตำแหน่งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพิเศษนี้ได้เป็นอย่างดี




แต่ไม่น่าเชื่อว่า สถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงดับลินจะว่างเว้นไม่มีทูตสหรัฐฯมาประจำการนานกว่า 21 เดือนนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2555 จนกระทั่งทูตคนใหม่ได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว  ถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศนับตั้งแต่ปี 2468
อย่างน้อยที่สุด การแต่งตั้งทูตคนใหม่มาประจำการทันเวลาฉลองโอกาสครบรอบ 90 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ ก็ช่วย “ซ่อมแซม” ความรู้สึกที่ไม่ประทับใจก่อนหน้านี้ได้พอสมควร


.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

มอเตอร์ หรือ สติกเกอร์

เมื่อตอนที่ Real Madrid ทีมดังในสเปนตัดสินใจขาย Claude Makelele ให้กับทีม Chelsea แล้วซื้อ David Beckham มาแทนที่ในช่วงกลางปี 2003 ปรา...