7 สิงหาคม 2558

ทูตอเมริกันคนใหม่ (ตอนที่ 1)


.


ภายหลังจากที่นางคริสตี้ เคนนี่ย์อดีตเอกอัคราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยพ้นจากตำแหน่งไปตอนช่วงเทศกาลลอยกระทงของเดือนพฤศจิกายนปี 2557  โดยยังไม่ปรากฏเค้าลางว่ารัฐบาลสหรัฐฯจะแต่งตั้งใครเข้ามารับตำแหน่งแทนที่  ก็เกิดให้เกิดกระแสความคิดเห็นต่างๆนานา 


การดีเลย์ออกไปเดือนแล้วเดือนเล่าจึงถูกตีความและพยายามที่จะเชื่อมโยงให้เกี่ยวข้องกับรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยตรง          จนกระทั่ง เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากตกอยู่ในภาวะคลุมเครือมาตลอด 5-6 เดือน ในที่สุด  ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า จึงได้ประกาศชื่อ  Glyn Townsend Davies” ให้เป็น(ว่าที่)เอกอัครราชทูตสหรัฐฯคนใหม่ 
มีเหตุการณ์หลายๆกรณีที่น่าสนใจและเหมาะสมนำมาเปรียบเทียบกับกรณีของประเทศไทย เพื่อพิจารณาว่า ความล่าช้าในการแต่งตั้งทูตอเมริกันคนใหม่นั้น สามารถตีความให้เป็นเรื่องน่าวิตกหรือผิดปกติได้มากน้อยแค่ไหน
กรณีแรกคือกรณีของโรมาเนีย  ถึงแม้ในอดีต จะเคยเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ในม่านเหล็กของอดีตสหภาพโซเวียต แต่ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โรมาเนียเลือกใกล้ชิดตะวันตกมากยิ่งกว่ารัสเซียจนแทบจะกลาย เป็นเนื้อเดียว นับตั้งแต่เข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กรทางทหารอย่างนาโต้ในปี 2547 และอีกสามปีต่อมาก็เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป(อียู)

22 พฤษภาคม 2558

ปัญหามนุษย์เรือโรฮินจา

.

ในที่สุดปัญหามนุษย์เรือโรฮินจาก็บานปลายกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศเต็มตัวและกลายเป็นโศกนาฏกรรมของมนุษย์ยุคใหม่ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะยังคงหลงเหลืออยู่   ตอกย้ำให้เห็นว่า นอกจากจะเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ถูกกดขี่กีดกันมากที่สุดในโลก (the most persecuted people) ตามบทสรุปของสหประชาชาติแล้ว ชาวโรฮินจาก็คือกลุ่มคนที่ไม่มีใครต้องการมากที่สุดในโลก (the most unwanted people) เช่นกัน

 วิกฤติในครั้งนี้  นอกจากจะเป็นปัญหาที่กระทบต่อประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยตรงโดยเฉพาะประเทศไทย มาเลเซียและอินโดนิเซียแล้ว  ยังกลายเป็นปัญหาที่ท้าทายอาเซียน ณ ช่วงเวลาที่กำลังย่างเข้าสู่ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจหนึ่งเดียวหรือเออีซีในสิ้นปีนี้



ทั้งสามประเทศซึ่งอาจเรียกว่า “กลุ่มประเทศทิม” (TIM – Thailand, Indonesia and Malaysia)   ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากคลื่นมนุษย์เรือโรฮินจาในครั้งนี้ เลือกที่จะปฏิเสธไม่ยอมรับผู้อพยพเหล่านี้เสมือนว่าเป็น “เผือกร้อน” ที่ไม่มีใครอยากถือครองไว้   และต่างฝ่ายต่างโยนไปโยนมา จนถึงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายๆฝ่าย

จนกระทั่ง ฟิลิปปินส์สร้างเซอร์ไพรส์กลายเป็นประเทศแรกสุดในภูมิภาคที่ประกาศยินดีเปิดบ้านเปิดเกาะต้อนรับผู้อพยพเหล่านี้จำนวน 3 พันคน  ทั้งๆที่ฟิลิปปินส์ก็มีปัญหาประชากรแออัดล้นประเทศ(ร่วมร้อยล้านคน)และยากจนมากพอแล้ว   ยิ่งไปกว่านั้น ชาวฟิลิปปินส์มากกว่า 12 ล้านคนก็อาศัยทำงานอยู่ในต่างประเทศเพราะไม่มีงานทำในประเทศ

แล้วทำไม ฟิลิปปินส์จึงอาสาเป็น “พ่อพระ” ในวิกฤติมนุษย์เรือครั้งนี้?

ในด้านหนึ่ง ฟิลิปปินส์เคยมีประสบการณ์เป็นแหล่งรองรับบรรดาผู้อพยพหลายต่อหลายครั้ง นับตั้งแต่ชาวยิวที่หนีภัยนาซีในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2  ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่หนีภัยสงครามการเมืองภายหลังพรรคคอมมิวนิสต์จีนยึดครองประเทศในปี1949  และชาวเวียดนามที่หนีภัยสงครามเวียดนามในช่วงทศวรรษที่ 1970 

แต่ในอีกด้านหนึ่ง  ฟิลิปปินส์มีภูมิศาสตร์ตั้งอยู่ห่างไกลออกไปอีกมาก และไม่ใช่เป้าหมายของผู้อพยพ  เรียกได้ว่า ฟิลิปปินส์แทบจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤติครั้งนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งสาม แม้กระทั่ง หากจะวางท่าทีเฉยเมย เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก็คงจะไม่มีใครตำหนิติเตียนตรงๆได้

ยิ่งกว่านั้น ดูเหมือนว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้กำหนดเงื่อนไขว่าจะต้อนรับเฉพาะผู้อพยพที่มีหลักฐานเอกสารพิสูจน์ตัวตนว่าเป็นชาวโรฮินจาที่หนีภัย(การเมือง)มาจากพม่าจริงๆ ไม่ใช่อพยพมาจากบังคลาเทศ (เพราะเหตุผลความยากจน)   ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากในทางปฏิบัติสำหรับผู้อพยพเหล่านี้  เพราะชาวโรฮินจา ณ พ.ศ.นี้ ไม่ใช่ผู้อพยพที่หนีภัยการเมืองร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนชาวยิว ชาวจีนและชาวเวียดนามในอดีต

บางที อาจจะมีมนุษย์เรือโรฮินจาเข้าข่ายตามเงื่อนไขนี้หรือเต็มใจไปฟิลิปปินส์น้อยผิดคาดก็เป็นได้
ในเปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้นั้น  นอกเหนือจากเครดิตที่ได้รับคำชื่นชมแบบเต็มๆจากนานาประเทศแล้ว    รัฐบาลมะนิลาอาจจะได้คำนวณผลทางการเมืองและวาดหวังว่า การประกาศท่าทีช่วยเหลือชาวโรฮินจาดังกล่าว จะส่งผลทางจิตวิทยาต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในหมู่เกาะมินดาเนาซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมและได้ทำสงครามสู้รบกับกองทัพเพื่อแยกตัวออกเป็นอิสระมานานร่วมทศวรรษ



อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอะไรจะเป็นแรงจูงใจที่แท้จริงสำหรับฟิลิปปินส์ในครั้งนี้  แต่จุดสำคัญที่สุดก็คือ การประกาศท่าที “พ่อพระ” ของฟิลิปปินส์ดังกล่าวส่งผลทางจิตวิทยาให้เกิดแรงกระเพื่อมในทันที  กลายเป็นจุดเริ่มต้นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านเริ่มขยับและเปลี่ยนแปลงท่าทีตามไปด้วยในทันที

6 มีนาคม 2558

มอเตอร์ไซค์ของท่านผู้นำ

.


 นอกเหนือจากรถยนต์ประจำตำแหน่งของท่านผู้นำแล้ว รถจักรยานยนต์ก็ถือว่ามีบทบาทเชื่อมโยงกับฐานะความเป็นผู้นำอย่างน่าสนใจ รวมทั้งจักรยานที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้นำในโลกปัจจุบัน

ถึงแม้จะไม่ได้มีฐานะเป็น รถประจำตำแหน่งเหมือนรถยนต์คันหรูคันโตโก้ขรึม แต่มอเตอร์ไซค์กลับมีบทบาทหลายๆประการ ที่รถยนต์ทำไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการการหนุนเสริมภาพลักษณ์ของท่านผู้นำในหลายๆมิติ




โดยพื้นฐานที่สุด จักรยานยนต์มีฐานะเป็น ยานพาหนะที่ใช้สำหรับการคมนาคมเดินทางทั่วไปและสำหรับคนทั่วๆไป  แต่สำหรับบุคคลในระดับผู้นำหรือผู้มีชื่อเสียงในวงการต่างๆแล้ว มอเตอร์ไซค์เป็นอะไรที่มากกว่าเพียงแค่ยานพาหนะคันหนึ่ง ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองกลุ่ม

กลุ่มแรกคือบรรดาผู้นำ (รวมทั้งคนมีชื่อเสียงในวงการต่างๆ) ที่รักและหลงใหลในมอเตอร์ไซค์อย่างจริงจัง มีความสุขกับการได้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปในพื้นที่ต่างๆด้วยตนเอง   ได้สลัดความเป็น ทางการ ออกจากรถยนต์ประจำตำแหน่งที่ไม่สามารถขับขี่เองได้  และรู้สึกถึงความเป็นอิสระบนหลักอานสองล้อยนต์ที่มีเสน่ห์เหลือล้น  ถือเป็นวิธีการพักผ่อนหย่อนใจที่มีคลาสมีราคา (เหมือนเช่นกีฬากอล์ฟที่กลายเป็นกีฬาเฉพาะสำหรับผู้นำ)

ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่ง มองหรือใช้มอเตอร์ไซค์ในฐานะ เครื่องมือ หนึ่งในการหนุนสร้างภาพพจน์ของผู้นำ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ด้วยเอกลักษณ์หรือรูปแบบเฉพาะตัวของมอเตอร์ไซค์ (โดยเฉพาะฮาร์เลย์ เดวิดสัน) ที่แตกต่างจากจักรยานยนต์ของคนทั่วๆไป จึงกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่แสดงตัวตนของผู้นำที่แตกต่างจากคนอื่นๆ

ที่สำคัญที่แตกต่างจากการขับเรือยอร์ชหรือเครื่องบินส่วนตัวก็คือ การขับขี่มอเตอร์ไซค์ช่วยหนุนเสริมภาพลักษณ์ของผู้นำให้มีความเป็นมนุษย์ เหมือนเช่นปุถุชนตาดำตาสีฟ้าคนอื่นๆ เพราะการขับขี่มอเตอร์ของผู้นำแทบจะไม่มีความเป็นพิธีการให้ยุ่งยาก แต่คงความเป็นส่วนตัวหรือตัวตนของผู้นำคนนั้นๆ จึงเป็นเหมือนการสื่อสารไปถึงสาธารณชนว่า ตัวผู้นำไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วๆไป สามารถเข้าถึงหรือสัมผัสได้ ซึ่งย่อมส่งผลดีต่อความนิยมชมชอบผู้นำคนนั้นๆไม่มากก็น้อย
 
ด้วยความที่อังกฤษเป็นประเทศแรกๆที่ผลิตมอเตอร์ไซค์และมอเตอร์ไซค์เป็นยานพาหนะหนึ่งที่จำเป็นในสมรภูมิศึกสงครามโลก  ดังนั้น การเชื่อมโยงระหว่างผู้นำกับมอเตอร์ไซค์จึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกๆที่นี่ ถึงแม้ว่าสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 (พระอัยกาของสมเด็จควีนอลิซาเบธที่ 2) จะทรงไม่เห็นด้วยกับการที่พระโอรสคือ สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 (พระบิดาของสมเด็จควีนอลิซาเบธที่ 2) ทรงหลงใหลในมอเตอร์ไซค์ เพราะเชื่อว่า สุภาพบุรุษควรขับรถยนต์(ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์) ก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถบังคับห้ามได้




แม้กระทั่ง สมเด็จควีนอลิซาเบธที่ 2 ในขณะที่ยังดำรงฐานะเป็นเจ้าฟ้าหญิงก็ทรงชื่นชอบมอเตอร์ไซค์เหมือนพระบิดา พระองค์เคยทำหน้าที่เป็น พลขับและช่างเครื่อง ของกองทัพอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และหลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ในปี 1952 ก็ไม่เคยปรากฏให้เห็นว่า พระองค์จะทรงขับขี่รถมอเตอร์ไซค์อีกเลย


10 กุมภาพันธ์ 2558

วิกฤติตัวประกันและจุดเปลี่ยนแห่งตะวันออกกลาง? : บทบาทของจอร์แดน

.
ต่อจากตอนที่ 1 คลิก วิกฤติตัวประกัน : บทบาทของญี่ปุ่น




ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มนับตั้งแต่นักบินรบของกองทัพอากาศจอร์แดนถูกกลุ่ม IS จับเป็นตัวประกันเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม รัฐบาลจอร์แดนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากต่อท่าทีที่ดูเหมือนเฉื่อยชาในการช่วย เหลือนักบิน  รวมทั้งการถูกวิพากษ์วิจารณ์ในนโยบายต่างประเทศที่ร่วมมือกับสหรัฐฯในการถล่มโจมตีกลุ่ม IS และเป็นมิตรกับอิสราเอลมากเกินไป จนเป็นสาเหตุที่ทำให้นักบินเป็นเป้าหมายถูกจับเป็นตัวประกัน



เชื่อกันว่า  ทางการจอร์แดนทราบและมีข้อมูลการข่าว(ที่ไม่สามารถยืนยันได้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์) ว่า ตัวนักบินน่าจะเสียชีวิตแล้วตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม  ดังนั้น  การที่รัฐบาลมีท่าทีในช่วงแรกๆ (ก่อนที่กลุ่ม IS จะเสนอดีลเงื่อนไขขอแลกเปลี่ยนตัวประกันกับนักโทษหญิงในอีก 3 สัปดาห์ต่อมา) เหมือนไม่กระตือรือร้นหรือร้อนรนที่จะหาทางช่วยเหลืออย่างจริงๆจังๆ เพราะเชื่อว่าไม่เกิดประโยชน์อันใดที่จะช่วยเหลือตัวประกันที่เสีย ชีวิตแล้ว(?)
 

8 กุมภาพันธ์ 2558

วิกฤติตัวประกัน: บทบาทของญี่ปุ่น

.

         อ่อนไหวและสั่นสะเทือนไปทั่วโลก สำหรับภาพที่กลุ่ม “รัฐอิสลาม” หรือกลุ่ม IS สังหารตัวประกันญี่ปุ่นสองคนและตัวประกันชาวจอร์แดนอย่างเหี้ยมโหดป่าเถื่อนที่สุด ถือเป็นวิกฤติตัวประกันที่อ่อนไหวที่สุดครั้งหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก นับตั้งแต่กรณีวิกฤติตัวประกันเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯในอิหร่านเมื่อปี 1979
         ดังนั้น ท่าทีและบทบาทของรัฐบาลญี่ปุ่นและจอร์แดนต่อวิกฤติครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งผลกระทบอื่นๆที่จะเกิดตามมาในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ในส่วนของตัวประกันญี่ปุ่น ว่ากันว่า รัฐบาลญี่ปุ่นรับรู้เรื่องราวตัวประกันทั้งสองคนถูกจับตัวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่พยายามปิดข่าวและเดินเกมแบบเงียบๆเจรจาแบบลับๆที่จะให้มีการปล่อยตัว  (เหมือนที่เคยประสบความสำเร็จในปี 2010 ที่อัฟกานิสถาน) แต่ไม่ประสบความสำเร็จ   ในขณะเดียวกัน กลุ่ม IS  (ซึ่งมีชื่อเรียกในอีกหลายๆชื่อตั้งแต่ ISIS, ISIL, หรือ Daesh ในภาษาอาหรับ)  ก็แทบจะไม่เคยนำเรื่องหรือภาพวีดีทัศน์ของตัวประกันทั้งสองคนมาเป็นเงื่อนไขหรือเสนอทางอินเตอร์เนทเหมือนตัวประกันชาติอื่นๆก่อนหน้านี้

5 กุมภาพันธ์ 2558

เผาทั้งเป็น

.


เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจเป็นที่สุดสำหรับภาพของนักบินจอร์แดนที่ถูกเผาทั้งเป็นอย่างโหดเหี้ยมป่าเถื่อนทารุณเป็นที่สุด. R.I.P
.           จะเป็นภาพที่ติดตาคนทั้งโลกไปอีกแสนนาน และเป็นเครื่องย้ำเตือนมนุษย์เราให้เห็นถึงภัยของความเกลียดชัง ความแตกต่างและความขัดแย้ง
Add caption
Add caption
Add caption

...............................................
การที่มนุษย์เราสักคนหนึ่งคิดจะเผาตัวเองได้นั้น เชื่อว่า จะต้องอาศัยจิตใจที่เข็มแข็งเกินมนุษย์ทั่วไป (เหมือนพระเวียดนามที่นั่งเผาตัวเองประท้วงรัฐบาลเวียดนาม) หรืออยู่ในสภาพที่ไร้สิ้นทางออกจนตรอกจริงๆ (เหมือนเช่นกรณีของโมฮัมเหม็ด อัล บัวซิซี่ที่ประท้วงรัฐบาลตูนีเซีย
แต่ภาพของนักบินจอร์แดนที่ปรากฏให้เห็นนั้น ด้านหนึ่งดูเหมือนว่าจะไม่สะทกสะท้านหรือแสดงความขลาดกลัวต่อภัยที่กำลังจะแผดเผาทั้งเป็นออกมาเลย
แต่ในอีกด้านหนึ่ง เชื่อกันว่า นักบินผู้โชคร้ายท่านนี้ ถูกวางยา มอมยาหรือถูกดมยา(สลบ)อย่างหนัก จนดูคล้ายสลึมสลือหรือเพิ่งตื่นจากอาการสลบไสล ไม่สามารถรับรู้
หรือรู้สึกถึงภัยเพลิงที่รออยู่ข้างหน้าได้
.           ราวกับว่า เป็นการเตรียมเผาอย่างเลือดเย็น เพื่อไม่ให้เหยื่อผู้โชคร้ายคนนี้รู้สึกเจ็บปวดหรือทุรนทุรายทนทรมานมากเกินไป(?)


.

3 กุมภาพันธ์ 2558

ดิ มัตเตโอ / ซิโก้ ::::: แรงกดดัน - ความคาดหวัง


.


เมื่อตอนที่เชลซีประกาศปลดวิลลาส-โบอัสออกจากตำแหน่งผู้จัดการ แล้วแต่งตั้งโรแบร์โต ดิ มัตเตโอ ผู้ช่วยขึ้นมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวเป็นระยะเวลาสั้นๆตั้งแต่เดือนมีนาคม 2012 จนจบสิ้นฤดูกาลในเดือนพฤษภาคมไม่มีใครจะคาดหวังอะไรมากนัก เพียงแต่ภาวนาว่า ดิ มัตเตโอจะช่วยประคับประคองและนำพาเชลซีจนจบฤดุกาลในสภาพที่ไม่บอบช้ำหรือเลวร้ายมากเกินไป
 แต่ใครจะเชื่อว่า ในระยะเวลาสั้นๆเพียงสองเดือนครึ่งที่เข้ามารับหน้าที่เพื่อturn around หรือ ปรับโชคให้กับสโมสร ซึ่งเพิ่งมีสถิติเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่โรมัน อับราโมวิค เข้ามาเทคโอเวอร์เป็นเจ้าของสโมสรในปี 2003 ได้อย่างน่าทึ่งจนเรียกได้ว่า มหัศจรรย์


27 มกราคม 2558

อิทธิพลอเมริกัน

.


ในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2515 ล่าสุดที่ไมอามี สหรัฐฯ รอบห้าคนสุดท้าย ซึ่งนางงามแต่ละคนจะถูกถามด้วยคำถามเดียวกัน หนึ่งในคำถามคือ
        “What is the greatest contribution  of your country to the entire world?” คุณคิดว่า สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประเทศของคุณได้ สร้างคุณูปการให้แก่โลกของเราคือสิ่งใด
.


มอเตอร์ หรือ สติกเกอร์

เมื่อตอนที่ Real Madrid ทีมดังในสเปนตัดสินใจขาย Claude Makelele ให้กับทีม Chelsea แล้วซื้อ David Beckham มาแทนที่ในช่วงกลางปี 2003 ปรา...