26 มีนาคม 2554

ธรณีนี่นี้พิโรธใคร หรือใช่ว่าอาถรรพ์ของตัว S

.



โดยสถิติตัวเลขที่มีการบันทึก ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์
มากกว่าประเทศอื่นๆ และสึนามิก็เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่ใช้เรียกคลื่นยักษ์ที่สร้าง
ความเสียหายให้กับมนุษย์อย่างใหญ่หลวง เป็นธรรมชาติหมายเลขหนึ่งของโลก
ก็ว่าได้


โดยธรรมชาติแล้ว คลื่นยักษ์สึนามิคือคลื่นที่เกิดจากแผ่นดินไหว (seismic sea
waves) ใต้ท้องทะเล(submarine earthquake) ก่อให้เกิดคลื่นพายุหมุนหรือพายุ
ซัดฝั่ง (storm surge) ที่มีพลังมหาศาลเกินกว่าทีมนุษย์ต้านทานได้

โดยทางภูมิศาสตร์แล้ว นับเป็นความโชคไม่ดีเป็นที่สุดของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในเขต
วงแหวนแห่งไฟซึ่งเป็นโซนที่มีมีการมุดตัว(slab)ของเปลือกโลก(subduction
zone) มากที่สุด มีผลทำให้เกิดแรงกดแรงดัน (strains) ใต้พื้นผิวโลกจนเกิด
แผ่นดินไหวได้ง่าย  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตั้งอยูในเขตตรงกลางเกือบจะพอ
ดิบพอดีระหว่างรอยเลื่อนหรือร่องลึกซุนดะ (Sunda megatrench) และรอยเลื่อน
ซานแอนดริส (San Andreas Fault)   ซึ่งเป็นเขตที่เกิดแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์
สึนามิรุนแรงที่สุดในโลก ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรม
ชาติเหล่านี้อยู่เสมอ

ในเขตอิทธิพลของรอยเลื่อนซุนดะนั้น เกาะสุมาตรา (Sumatra)ของอินโดนิเซีย
กลายเป็นเหยื่อรายใหญ่สุด   โดยเฉพาะแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิหรือที่
เรียกในภาษาท้องถิ่นว่าคลื่นยักษ์สมัง (smong) ในปี 2547, 2548 และ 2550 ซึ่ง
รุนแรงสุดขีดในระดับ 8.5-9.2 ริกเตอร์  และเชื่อว่า การเกิดแผ่นดินไหวครั้งล่าสุด
ในเขตรัฐฉาน (Shan) ของพม่าที่ส่งผลสะเทือนต่อเขตภาคเหนือของไทยก็มี
ส่วนมาจากรอยเลื่อนนี้

ในขณะที่อิทธิพลของรอยเลื่อนซานแอนดริสก็ส่งผลที่รุนแรงไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
โดยเฉพาะที่เกิดขึ้น ณ บริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก (San Francisco Bay) ในปี
2449 (7.8 ริกเตอร์) และ 2532 (6.9 ริกเตอร์) ส่วนการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณแนว
แผ่นเปลือกโลกอเมริกาใต้  (South American Plate) ที่อยู่เชื่อมต่อกับรอยเลื่อน
ซานแดนดริสถือว่ารุนแรงที่สุดในโลก โดยเฉพาะการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.5
ริกเตอร์ที่ชิลีในปี 2503 ซึ่งถือเป็นระดับ (scale) ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่มนุษย์เคย
ประสบ เป็นความบังเอิญที่มหาเมกะภัยนี้เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ (Sunday) เช่น
เดียวกับที่เกิดขึ้นในแถบอ่าวอันดามันและสุมาตราในปลายเดือนธันวาคมปี 2547

ในขณะเดียวกัน แผ่นดินไหวที่รุนแรงครั้งล่าสุดในชิลีขนาด 8.8 ริกเตอร์เกิดขึ้น
ในวันเสาร์ (Saturday) ที่22 ก.พ. 2553 มีผลอย่างมหาศาลทำให้ตำแหน่งทาง
ภูมิศาสตร์ของกรุงซานติอาโก (Santiago)  ขยับเขยื้นเลื่อนไปทางตะวันตกอีก 
11 นิ้วหรือประมาณ 27 เซ็นติเมตร 

เช่นเดียวกับเขตแปซิฟิคใต้(South Pacific)ที่ต้องประสบกับเมกะภัยธรรมชาติที่
รุนแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะแผ่นดินไหวในโซโลมอน(Solomon) ในปี 2550, 
ซามัว (Samoa) ในปี 2552 และล่าสุดที่เกาะใต้ South Island) ของนิวซีแลนด์
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

หากพลิกย้อนกลับไปดูหลักฐานทางธรวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดพบว่าเคยเกิดแผ่นดิน
ไหวและคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อประมาณแปดพันปีก่อนในเขตรอยเลื่อนของชั้นหิน
ที่เรียกว่าสตอเลกก้า (Soregga) ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างสก๊อตแลนด์ (Scotland) และ
สแกนดิเนเวีย (Scandinavia)   ถัดมาก็คือการเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟ
ระเบิดที่เกาะซานโตรินี (Santorini)ทางตอนใต้ของกรีซเมื่อประมาณสามพันปี
ที่แล้ว

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา  มหาเมกะภัยธรรมชาติที่สร้างความหายนะแก่มนุษย์
อย่างใหญ่หลวงที่สุดเกิดขึ้นที่เมืองฉานซี (Shaanxi) ของจีนเมื่อปี 2099  โดย
ประมาณการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่าแปดแสนคน นอกจากนี้การเกิดแผ่นดิน
ไหวในซีเรีย (Syria) ในปี 1681 และเกาะซิซีลี (Sicily) ประเทศอิตาลีเมื่อปี
2451 จนมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่าสองแสนคนนั้น ถือเป็นหายนะที่ร้ายแรงที่สุดที่เคย
เกิดขึ้นในตะวันออกกลางและยุโรป ตามลำดับ

สำหรับรัสเซียซึ่งถือเป็นประเทศหนึ่งที่เสี่ยงกับภัยธรรมชาติเช่นนี้ เหตุการณ์แผ่น
ดินไหวที่รุนแรงที่สุดขนาด 9.0 ริกเตอร์เกิดขึ้นในปี 2495 บริเวณเกาะเซวีโร-คูริลส์
(Severo-Kurilsk) ติดกับภาคเหนือของญี่ปุ่น

ในกรณีของญี่ปุ่นเอง   หากชี้เฉพาะลงไปแล้วบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวและคลื่น
ยักษ์สึนามิในระดับมหาเมกะภัยนั้นมักจะกระจุกตัวอยู่ในสองเขต เขตแรกอยู่ใน
ริเวณอ่าวซากามิ (Sagami) ใกล้กรุงโตเกียว และอ่าวซูรุกะ (Suruga) ใกล้กับ
ภูเขาไฟฟูจิ เมกะภัยที่รุนแรงที่สุดขนาด 7.9 ริกเตอร์  เกิดขึ้นที่คันโตเมื่อ 88 ปี
ถือว่ารุนแรงที่สุดในญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 20 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติ
ศาสตร์ของญี่ปุ่นนับแสนคน   และถึงแม้ว่าโกเบจะไม่ได้อยู่ในแนวรอยเลื่อนนี้
แต่การเกิดแผ่นดินไหวในปี 2538 ก็สร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาลและ
เป็นภาพความเสียหายทางกายภาพที่ติดตาคนญี่ปุ่นมากที่สุดเหตุการณ์หนึ่ง
นับตั้งแต่นั้นมา ญี่ปุ่นเริ่มประกาศใช้หน่วยมาตรวัดความรุนแรงแบบใหม่ที่เรียกว่า
ชินโด (shindo) ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป



                                     



                            
                     หนีตาย











  






เขตที่สองคือเขตชายฝั่งซานริคึ (Sanriku) ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ
ประเทศ เป็นเขตที่มีระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวมากที่สุด โดยเฉพาะที่
เกิดขึ้นในปี 2439 (8.5 ริกเตอร์) 2476 (8.4 ริกเตอร์และขนาด 9.0 ริกเตอร์ที่
เพิ่งเกิดขึ้นที่บริเวณเมืองเซนได (Sendai) เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา นับ
เป็นครั้งที่ 7 (Seventh) ในรอบ 120 ปี ที่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเกินขนาด 8
ริกเตอร์ และเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในญี่ปุ่น จนประมาณการณ์
ว่ามหาเมกะภัยในครั้งนี้จะสร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์

                             
วันที่คลื่นยักษ์สึนามิถล่มเซ็นได                            
      
เซนไดถือเป็นเมืองใหญ่ที่สุดที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้มากที่สุด
จึงมีการเรียกมหันตภัยรรมชาติในครั้งนี้ว่าธรณีพิโรธเซนไดหรือสึนามิเซนได
และด้วยอิทธิพลของธรณีพิโรธที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงติดต่อกันนานถึง 6(six)
นาทีจนทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูงกว่า 20 เมตรพัดถล่มเมืองเซนไดและเมือง
อื่นๆ ในวงกว้างหลายร้อยกิโลเมตร จนคนญี่ปุ่นทั้งประเทศเกิดอาการช๊อคอย่าง
คาดไม่ถึง (shell-shockว่าจะรุนแรงถึงขนาดนี้  


                               
 คลื่นยักษ์สึนามิเดินหน้าหาปรานีใครไม่                            

สภาพของบ้านเรือนที่ถูกทำลายอย่างย่อยยับ มีผู้เสียชีวิตและสูญหายนับหมื่น
คนผู้รอดชีวิต (survivor)บางส่วนโชคดีเพราะส่งสัญญาณ SOSขอความ
ช่วยเหลือ อีกจำนวนมากที่ต้องกระเสือกกระสน (scavenge) ประทังชีวิตด้วย
อาหารที่สามารถหาได้ด้วยความลำบาก ในขณะเดียวกัน ปฏิบัติการในการค้น
หา(search) ผู้รอดชีวิต ผู้เสียชีวิตและการกู้ภัยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ
กองทัพญี่ปุ่น (Self-Defense Forces)  เป็นหลัก  โดยได้ รับความร่วมมือ
และช่วยเหลือจากนานาประเทศ



                                 
    ธรณีนี่นี้พิโรธใคร?                                
 
แต่เหมือนผีซ้ำด้ามพลอย อิทธิฤทธิ์ของแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิสร้าง
ความเสียหายให้แก่โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์บริเวณฟูคึชิมา-ไดอิชิอย่างหนักจน
ก่อให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสี (ที่เชื่อว่าเป็นอันตรายต่อชีวิต)
จนทางการต้องยกระดับความรุนแรง (severity level)เกือบสูงสุดเพื่อเตือน
ภัยถึงอันตราย ถือเป็นวิกฤตินิวเคลียร์ครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของชาติญี่ปุ่น
นับตั้งแต่ระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิมาและนาฮาซากิเมื่อปี 2488

 
                               
มหาเมกะภัยไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง                              

มีความพยายามจากหลายๆฝ่ายที่จะจัดการกับปัญหาการรั่วไหลดังกล่าวนี้ เพราะ
มิฉะนั้นแล้ว ก็อาจจะทำห้กลายเป็นภัยพิบัติด้านนิวเคลียร์ที่เลวร้ายที่สุดในรอบ
25 ปี นับตั้งแต่ครั้งเหตุกาณ์ที่เชอร์โนบิลในอดีตสหภาพโซเวียต(Soviet Union)
และไม่ว่าภารกิจนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่คนงานที่อาสา
ปฎิบัติภารกิจเสี่ยงตายในครั้งนี้ ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นฮีโร่ของชาติเป็น
ซามูไร (samurai) ยุคใหม่ผู้กล้าหาญสละชีพ (self-sacrifice) เพื่อความ
ปลอดภัยและประโยชน์ (sake) ของประเทศ 


                               
 ฮีโร่ซามูไรผู้เสี่ยงตาย                             
  
ถึงแม้ว่า ปรากฏการณ์ ซุเปอร์มูน(Supermoon) ไม่ได้กระหน่ำซ้ำเติมให้
วิกฤติเลวร้ายไปมากกว่านี้ แต่การเผชิญกับมหาเมกะภัยจากแผ่นดินไหว สึนามิ
และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์พร้อมๆกัน  ถือเป็นช่วงเวลาที่วิกฤติและลำบากยากเข็ญ
(suffering) ที่สุดในรอบ 66 ปี  สำหรับดินแดนลูกพระอาทิตย์ (sun-origin)
แห่งนี้ สภาพความลำบากขัดสนของคนญี่ปุ่นในหลายๆส่วนของประเทศที่ได้รับ
ผลกระทบไม่ต่างจากยุคหลังสงครามโลกใหม่ๆ คนญี่ปุ่นไม่ต่ำกว่า 3 แสนคน
ต้องไปอาศัยอยู่ในศูนย์พักฟื้นชั่วคราว (shelter) เกิดภาวะขาดแคลน
(shortage) อาหาร น้ำดื่ม เครื่องสาธารณูปโภคอื่นๆ และกระแสไฟฟ้าเกือบ
ทั่วประเทศ ตลาดหุ้น (stock market) ของประเทศก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย
บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างโซนี่ (Sony) ถึงกับต้องปรับเปลี่ยนวัฒนธรรม
การทำงานโดยกระตุ้นให้พนักงานเลิกงานตอนห้าโมงครึ่งและกลับบ้านเร็วขึ้น

การรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีนอกจากจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย
(safety) ในการบริโภคายในประเทศแล้ว    สินค้าหลายๆประเภทโดยเฉพาะ
อาหารอาหาร (sea products) ก็ถูกสั่งห้าม (suspend) นำเข้าจากหลายๆ
ประเทศ ความวิตกกังวลและความกลัวยังขยายไปประเทศใกล้เคียงจนถึงกับทำ
ให้เกลือ (salt) และสาหร่ายทะเล (seaweed) ที่เชื่อว่าสามารถป้องกันสาร
กัมมันตภาพรังสีได้ขาดตลาด

ข้อเท็จจริงที่น่าเศร้าประการหนึ่งก็คือ มนุษย์เรายังไม่สามารถหยุดยั้งหรือป้อง
กันมหันตภัยธรรมชาติดังกล่าวนี้ได้  แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความร่วมมือและ
ไมตรีจิต (support)  ตลอดจนความเห็นอกเห็นใจ (sympathy) และการ
ปลอบใจ (solace) ระหว่างเพื่อนมนุษย์ในยามวิกฤติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำ
มิตรน้ำใจและความช่วยเหลือจากประเทศที่มีความหลังฝังใจและความเกลียด
ชังฝังลึกอย่างจีนและเกาหลีใต้ (South Korea) อันเนื่องมาจากเหตุแห่ง
สงคราโลก  นับเป็นครั้งแรกๆในรอบ66 ปีที่สาธารณชนทั้งในจีนและเกาหลีใต้
แสดงออกซึ่งท่าทีที่เป็นมิตรและความเห็นอกเห็นใจต่อชาวญี่ปุ่นอย่างจริงใจ
บางที วิกฤติเซนไดในครั้งนี้ อาจจะเป็นโอกาสอันดียิ่งสำหรับญี่ปุ่นที่จะสร้าง
ความสมานฉันท์กับประเทศทั้งสองนี้อย่างจริงๆจังๆ

ในขณะเดียวกัน   คนญี่ปุ่นก็ได้สร้างความประทับใจให้แก่ชาวโลกได้ประจักษ์
ในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน(solidarity)  ความมีระเบียบวินัยและนิ่งสงบใน
ภาวะที่ต้องประสบกับมหาวิกฤติเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสปิริต (spirit) ที่แท้
จริงของคนญี่ปุ่นอย่างชนิดที่ไม่มีภัยธรรมชาติไหนหรือวิกฤติใดทำลายล้างได้

คนญี่ป่นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า    สามารถสร้าง
วามมหัศจรรย์และร่วมกันพลิกฟื้นชาติของตัวเองจากชาติผู้แพ้สงครามให้
กลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้อย่างน่าทึ่ง

หลังวิกฤติเซนได คนญี่ปุ่นยุคใหม่จะต้องพิสูจน์ให้โลกได้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่า
สามารถสร้างความมหัศจรรย์ได้อีกครั้งหนึ่ง





แนะนำบทความในแนวใกล้เคียง
-  "มหัศจรรย์ศัพท์แสงตัวอาร์(ถรรพ์): รหัสลับจาก Red สู่ Reconciliation"
http://preechayana.blogspot.com/2010/07/red-reconciliation.html
- "ศัพท์แสงตัวอาร์กับความขัดแย้งและการสมานฉันท์: จาก Red สู่ Reconciliation "
.http://preechayana.blogspot.com/2010/07/red-reconciliation_05.html

.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

มอเตอร์ หรือ สติกเกอร์

เมื่อตอนที่ Real Madrid ทีมดังในสเปนตัดสินใจขาย Claude Makelele ให้กับทีม Chelsea แล้วซื้อ David Beckham มาแทนที่ในช่วงกลางปี 2003 ปรา...